วันจันทร์ที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2558

บันทึกการเรียนประจำวัน ศุกร์ที่ 20 มีนาคม พ.ศ.2558



บันทึกการเรียนประจำวัน ศุกร์ที่ 20 มีนาคม พ.ศ.2558


บันทึกอนุทินครั้งที่ 10



สิ่งที่ได้รับมอบหมาย







อาจารย์ให้เเบ่งกลุ่ม 8 กลุ่ม

ตามสาระเเละมาตรฐานคณิตศาสตร์

สาระที่ 1จำนวนเเละการดำเนินการ

สาระที่ 2การวัด

สาระที่ 3เรขาคณิต

สาระที่4พีชคณิต

สาระที่5การวิเคราะห์ข้อมูลเเละความน่าจะเป็น

สาระที่ 6 ทักษะเเละกระบวนการคิดทางคณิตศาสตร์


เเละเลือกมา 1 สาระที่จะต้องทำ

โดยแต่ละกลุ่ม ต้องทำ 3 หัวข้อ

1.นิทาน

2.คำคล้องจอง

3.ปริศนาคำทาย

วันศุกร์ที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2558

บันทึกการเรียนประจำวันศุกร์ที่ 13 มีนาคม พ.ศ.2558




   บันทึกการเรียนประจำวันศุกร์ที่  13 มีนาคม พ.ศ.2558


บันทึกอนุทินครั้งที่ 9



**ความรู้ที่ได้รับ**

กิจกรรมวันนี้ให้นักศึกษาบอกว่าชื่อผลไม้ที่ชอบกิน และทุกคนสามารถยกมือตอบชื่อผลไม้ได้

2 ครั้ง ว่าชอบกินอะไร จากนั้นก็สรุปผล นำเอาผลไม้เเค่สองชนิดที่นักศึกษาชอบ นำมาเเยกความแตก

ต่าง โดยพิจารณาตามหัวข้อ เรื่องสี รสชาติ ขนาด พื้นผิว ส่วนประกอบ จากนั้นจึงนำข้อมูลมาสรุปเป็น

วงกลม 2วง โดยสิ่งที่เหมือนกันก็จะอยู่ตรงกลาง

เพื่อนนำเสนองานวิจัย

นางสาว ประภัสสร สีหะบุตร เลขที่ 22

เรื่อง การพัฒนาทักษะพื้นฐานคณิตศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัย

เป็นงานวิจัยของนางสาว คมขวัญ  อ่อนบึงพร้าว

ความมุ่งหมายของการวิจัย เพื่อเปรียบเทียบพื้นฐานคณิตศาสตร์ของเด็กปฐมวัย ก่อนเเละหลังที่ได้รับ

การจัดกิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์เพื่อการเรียนรู้

กลุ่มตัวอย่างในครั้งนี้ เป็นเด็กปฐมวัยที่กำลังศึกษาในชั้นอนุบาล 3 โรงเรียนสาธิตละอออุทิศ

มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต

ผลการวิจัย

1.เด็กปฐมวัยได้รับการจัดกิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์มีคะเเนนเฉลี่ย ทักษะพื้นฐานคณิตศาสตร์

โดยรวม 5 ทักษะและจำแนกรายทักษะ  คือ ทักษะการบอกตำแหน่ง ทักษะการจำแนก

ทักษะการนับ 1-30  ทักษะการรู้ค่าจำนวน และทักษะการเพิ่มลด ภายในจำนวน1-10 อยู่ในระดับดี

2.เด็กปฐมวัยที่ได้รับการจัดกิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์ มีพัฒนาการทักษะพื้นฐานคณิตศาสตร์ในทุกทักษะ

สูงขึ้นกว่าการทดลอง


นางสาว มาศสุภา วงศ์สันต์ เลขที่ 24

เรื่อง  พัฒนาความพร้องคณิตศาสตร์เด็กปฐมวัยโดยใช้เพลง

เป็นงานวิจัยของ นางสาว รชนีกร พ่วงโพธิ์

เด็กปฐมวัยเป็นวัยเเห่งการเรียนรู้  ดังนั้นการส่งเสริมพัฒนาการเด็กจึงมีความสำคัญมากและควรควบคุม
ทุกด้าน โดยเฉพาะด้ารสติปัญญาในการส่งเสริมพัฒนาการด้านสติปัญญาในเด็กปฐมวัยนั้นจะแทรกอยู่

ในทุกกิจกรรมและเด็กรู้สึกผ่อนคลาย พัฒนาสมองเพลิดเพลิน โดยเด็กไม่รู้เลยว่ากำลังเรียนคณิตศาสตร์

อยู่

วิธีการดำเนินการ

1.ครูจะเปิดเพลงที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับคณิตศาสตร์ให้เด็กฟัง

2.ครูให้เด็กเคลื่อนไหวประกอบเพลง

3.ครูสร้างกติกาให้เด็กเล่นเกมนอกหนือจากเพลงที่เต้นและร้อง เพื่อให้เด็กสนุกสนาน

4.ในช่วงการทำกิจกรรมอื่นครูก็จะเแิดเพลงไปด้วย

5.ครูจัดกิจกรรมคณิตศาสตร์สัปดาห์ละ 2 ครั้ง

สรุปผลการวิจัย

หลังจากที่ใช้เพลงพัฒนาทักษะทางด้านสติปัญญาด้านคณิตศาสตร์  พบว่าในขณะที่เด็กๆ

เรียนเรื่องเกี่ยวกับความสูงต่ำ สั้น ยาว และการนับจำนวน เด็กๆส่วนใหญ่จะตอบคำถามได้อย่าง

สนุกสนานและร่วมกันร้องเพลงได้และเด็ฏส่วนใหญ่ทำแบบทดสอบได้


กิจกรรมต่อมาเป็นการเพิ่มเติมเนื้อหาเกี่ยวกับการสอนในรูปแบบต่างๆโดยเเต่ละกลุ่มจะเพิ่มรูปแบบให้

ชัดเจนมากขึ้น เเละเห็นภาพมากขึ้น

ให้นักศึกษาทุกคนนำเสนอสื่อการเรียนรู้คณิตศาสตร์ เพื่อเป็นไอเดียว่า เราจะนำอะไรมาประยุกต์ร่วมกัน

ได้ในครั้งถัดไปและสามารถใช้งานร่วมได้ในหลายๆกิจกรรม


**ทักษะ**

กระบวนการการทำงานเป็นกลุ่ม

รู้จักการคิดสร้างสรรค์สื่อทางคณิตศาสตร์ที่สามารถนำไปใช้ได้จริง 

คิดหาไอเดียแปลกๆที่เด็กจะสนใจเเละใช้งานได้หลายครั้ง 

ฝึกการใช้คำพูดในการนำเสนอชิ้นงานที่เหมาะสม เเละสื่อสารรู้เรื่อง



**วิธีการสอน**

นำเรื่องใกล้ตัวมาประยุกต์ใช้ในการสอนคณิตศาสตร์ให้แก่เด็กปฐมวัย

สอนเทคนิคต่างๆที่จะนำมาปรับใช้กับการสอนว่าควรจัดกิจกรรมทางคณิตศาสตร์อย่างไร

ให้กับเด็กปฐมวัย

สอนให้นักศึกษารู้จักการคิดหาคำตอบเเละตอบอย่างมีเหตุผล

**ประเมินห้องเรียน**

สภาพห้องเรียนสะอาดเรียบร้อย

เก้าอี้เพียงพอต่อนักศึกษา

บรรยากาศดี เครื่องปรับอากาศอยู่ในอุณหภูมิที่เหมาะสม 

**ประเมินตนเอง**


ตั้งใจฟังที่เพื่อนนำเสนองานวิจัย

ฟังเพื่อนนำเสนอสื่อคณิตศาสตร์ต่างๆเเละคิดภาพตามความน่าจะเป็นของสื่อเเต่ละชิ้น

ว่าจะออกมาในรูปแบบไหน 


**ประเมินเพื่อน**

เข้าเรียนตรงตามเวลา 

วางรองเท้าเป็นระเบียบเรียบร้อย

ช่วยกันตอบคำถามในช่วงเเรกอย่างสนุกสนาน

**ประเมินอาจารย์**

เข้าสอนตรงเวลา 

แต่งการสุภาพเรียบร้อย

สั่งงานชัดเจน

ให้คำเเนะนำเพิ่มเติมที่มีเนื้อหาครบถ้วน

วันศุกร์ที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2558

บันทึกการเรียนประจำวัน ศุกร์ที่ 6 มีนาคม พ.ศ.2558



    บันทึกการเรียนประจำวัน ศุกร์ที่ 6 มีนาคม พ.ศ.2558


บันทึกอนุทินครั้งที่ 8




**ความรู้ที่ได้รับ**


นำป้ายชื่อตัวเองไปแปะในตาราง แบ่งออกเป็นกลุ่มๆ โดยเลขที่ 1-5จะอยู่ในกลุ่มสตรอเบอร์รี่ ก็จะเรียง

เเบบนีไปเป็นกลุ่มละ 5 คน เเต่ละกลุ่มชื่อผลไม้ก็จะต่างกันไป 

เป็นการเรียนรู้คณิตศาสตร์ในชีวิตประจำวัน






นำเสนอบทความ นางสาว วราภรณ์ แทนคำ เลขที่ 19


เรื่อง ทำไมถึงสอนคณิตศาสตร์ให้เด็กเล็ก 

เด็กเล็กเป็นวัยที่สมองกำลังพัฒนาได้ดี โดยสมองซีกขวาจะเรียนรู้ทุกอย่างโดยไม่ต้องพยายาม

 มีความสามารถที่จะใช้งานได้ดีอย่างรวดเร็ว การคิดในคณิตศาสตร์

 เป็นการกระตุ้นสมองด้านขวา สำคัญคือถ้าขวบเเรกเด็กชอบคณิตศาสตร์

ก็จะทำให้พัฒนาการทางคณิตศาสตร์เป็นไปในทางที่ดี 




นางสาว รัตนาพร คงกะพันธ์ เลขที่ 20

เรื่อง เรียนคณิตศาสตร์อย่างไรให้สนุก

การเรียนคณิตศาสตร์สำหรับเด็กต้องเรียนจากรูปธรรมไปหานามธรรมเพราะเด็กจะเกิดความเข้าใจได้จะ

ต้องเห็นภาพจริง ของจริง ได้สัมผัสจับต้องได้จริงจึงจะเกิดการเรียนรู้ เช่นการใชสื่อ  เพลง เกม นิทาน

 เป็นต้น เพราะเด็กชบการสัมผัส ชอบความสนุกสนานไม่กดดัน ตัวอย่างการสอนในที่นี้คือ  เมื่อเด็กลืม

ทำการบ้านมาครูก็จะให้เวลาเด็ก 20 นาที ในการทำการบ้าน เหมือนเป็นการให้โอกาส เเละสร้างเจคคติที่

ดีกับวิชาคณิตศาสตร์ เเลรู้สึกดีขึ้นมาในระดับนึง  เมื่อเด็กทำผิดก็จะไม่กากบาทที่การบ้านของเด็กเพราะ

จะทำให้เขารู้สึกเหมือนมีปม ไม่กล้าทีจะทำจะคิดในครั้งต่อไป 







 เเต่ละกลุ่มนำเสนองานเกี่ยวกับการจัดรูปแบบการสอนในเเบบต่างๆ




1.รูปแบบการจัดประสบการณ์เเบบโครงการ (Project approach)

เป็นการสอนโดยเรื่องที่เด็กสนใจ ส่งเสริมให้เด็กเกิดการเรียนรู้ด้วยตัวเอง

  เเละช่วยกันสืบค้น ตงหัวขอที่จเรียนเเละส่งเสิรมการเรียนรู้ด้วยกรช่วยเหลือซึ่งกันเเละกัน 

และบูรณาการวิชาต่างๆเข้าร่วมด้วย

ขั้นตอนในการทำจะมีอยู่ 5 ลักษณะ

1.กรอภิปราย

2.ศึกษานอกสถานที่

3.การนำเสนอประสบการณ์เดิม

4.การสืบค้น

5.การจัดเเสดง





2.รูปแบบการจัดการเรียนรู้โดยสมองเป็นฐาน

สมองเป็นสิ่งสำคัญในการเรียนรู้ ต้องทำให้เด็กเกิดการตื่นตัวเเบบผ่อนคลาย 

สร้างบรรยากาศที่ดีในการเรียนให้เด็กไม่รู้สึกเหมือนถูกกดดัน แต่ให้มีความท้าทายชวนหาคำตอบ

 การใช้สื่อหลายๆแบบรวมทั้งการยกตัวอย่างปรากฎการณ์จริง 

ทำให้เด็กเกิดความรู้ด้วยตนเอง โดยการลงมือทำเเละปฎิบัติจริง





3.รูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบ stem 

เป็นการเรียนรู้โดยการบูรณาการหลายวิชาหลายด้านเข้าด้วยกัน 

s  ย่อมาจาก  science  วิทยาศาสตร์

T ย่อทมาจาก technology เทคโนโลยี

e ย่อมาจาก engineering วิศวกรรมศาสตร์

m ย่อมาจาก mathamatics คณิตศาสตร์

เป็นการเรียนการสอนแบบใหม่สำหรับไทย เป็นการพัฒนาความสามารถในกรเตรียมเด็กเข้าสู่โลกของ

เทคโนโลยี ต้องมีการสอนที่ถูกทาง 



4.รูปแบบการจัดการเรียนรู้ การสอนเเบบ มอนเตสเซอรรี่

โดยครูจัดการเรียนดรสอนเหมือนอยู่ที่บ้าน  ให้เสรีภาพแก่เด็กและให้อิสระ

 กระตุ้นให้เด็กแก้ไขปัญหาด้วยตนเอง เเละเน้นการให้คำปรึกษาเเนะเเนวทาง

ให้เด็กเกิดกระบวนคิดด้วยตนเอง คำนึงถึงเด็กเป็นสำคัญ

 จัดสิ่งเเวดล้อมและอุปกรณ์ให้เด็กได้ฝึกทักษะกลไกผ่านประสาทสัมผัสทั้งห้า

 รู้จักการควบคุมการทำงานด้วยตนเอง เพราะ มอนเตสเซอรรี่เชื่อว่า

 เด็ก คือผู้รู้ความต้องการของตนเองและมีความสามารถที่จะซึมซับการเรียนรู้จากสิ่งเเวดล้อมได้



5.รูปแบบการจัดการเรียนรู้เเบบบูรณาการ storyline approach

หลักของ syoryline คือเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ 

เน้นการเรียนการสอนแบบบูรณาการ 

เน้นการปฎิบัติและการเสริมแรง

 เน้นการพัฒนาผู้เรียนตามศักยภาพ

 เน้นการเรียนรู้ร่วมกัน 

เน้นการตั้งคำถาม 



ขั้นตอนการสอน 

1.การกำหนดเส้นทางการเดินเรื่องที่เหมาะสม

2.การดำเนินกิจกรรมการเรียนการสอน

3. การประเมิน





เพลง

เพลง บวก - ลบ 

 บ้านฉันมีแก้วน้ำ 4 ใบ                          ครูให้อีก 3 ใบนะเธอ

มารวมกันนับดีๆซิเธอ                             ดูสิเธอรวมกันได้ 7ใบ

บ้านฉันมีแก้วน้ำ 7 ใบ                        หายไป 3 ใบนะเธอ

        ฉันหาแก้วเเล้วไม่เจอ                            ดูสิเออเหลือเพียงแค่ 4 ใบ



เพลง เท่ากัน-ไม่เท่ากัน


ช้างมีสี่ขา                     ม้ามีสี่า

คนเรานั้นหนา                          สองขาต่างกัน

  ช้างม้ามี                                     สีขาเท่ากัน(ซ้ำ)

        แต่กับคนนั้น                         ไม่เท่ากันเอย(ซ้ำ)







**ทักษะ**

กระบวนการการทำงานเป็นกลุ่ม รู้จักใช้คำพูดในการนำเสนองาน 

การพูดคำเเต่ละให้ชัดถ้อยชัดคำ 

รู้จักการตั้งคำถามในหัวข้อที่ควรจะเน้นเป็นสำคัญ เเละไหวพริบในการตอบคำถาม








**วิธีการสอน**

สอนโดยการใช้สื่อ ที่เป็นป้ายชื่อนำเข้ามาก่อนจะเริ่มการเรียนการสอนในแต่ละครั้ง

เพื่อให้รู้ว่าคณิตศาสตร์สามารถเรียนรู้ได้จากสิ่งรอบตัวในแต่ละวัน

 สอนโดยการให้ผู้เรียนเป็นสืบค้นหาความรู้ด้วยตนเอง 

เมื่อสิ่งไหนที่ไม่เข้าประเด็นอาจารย์ก็จะเสริมต่อเเนะนำให้เพื่อให้ได้วามรู้ที่ถูกต้อง





**ประเมินห้องเรียน**

สภาพห้องเรียนสะอาด ไม่มีขยะ อากาศอยู่ในอุณหภูมิที่พอดี

 มีจำนวนเก้าอี้ที่เพียงพอต่อนักศึกษา




**ประเมินตนเอง**

ตั้งใจฟังเเละให้ความร่วมมือกับสิ่งที่ครูสอนเเละการทำกิจกรรม

 มีส่วนร่วมในการพรีเซ้นต์งานร่วมกับกลุ่ม




**ประเมินเพื่อน**

เพื่อนตั้งใจฟังเพื่อนเเต่ละกลุ่มที่ออกไปนำเสนองาน

 ช่วยกันถามในข้อที่ไม่เข้าใจ ช่วยกันขยายความรู้ออกจากสิ่งเดิมที่แต่ละกลุ่มนำเสนอ





**ประเมินอาจารย์**



อาจารย์เข้าสอนตรงตามเวลา แต่งกายสุภาพเหมาะสม  เเนะนำเรื่องการนำเสนอเเละวิธีการนำไปปรับปรุงใหม่ในครั้งหน้าอย่างสมบูรณ์



วันศุกร์ที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

บันทึกการเรียน ประจำวันศุกร์ที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558


     บันทึกอนุทินครั้งที่ 7

**ความรู้ที่ได้รับ**

กิจกรรมวันนี้ นำป้ายชื่อไปแปะในหัวข้อว่ามาเรียนกี่โมง  พร้อมกับวาดภาพประกอบเป็นรูปนาฬิกาว่ามา

กี่โมง เรียนเรื่อง ลำดับ ตัวเลข เวลา องค์ประกอบนาฬิกา โดยครูถ้าจะสอนเด็กในเรื่องนี้จะต้องออกแบบ

สื่อให้ครอบคลุม เเละเป็นสิ่งที่เด็กสามารถเรียนรู้ได้ในชีวิตประจำวัน การจัดกิจกรรมทางคณิตศาสตร์เด็ก

ต้องเล่นได้ด้วย 

มอนเตสเซอรรี่ จัดการเรียนรู้จากง่ายไปหายาก ตรวจสอบได้ เล่นกิกรรมบามบทบาทสมมติต่างๆ 

โฮเเลงว์กวท เป็รการเรียนรู้ตามธรรมชาติ ส่วนเรื่องการสรุปผล จะสอนเด็กโดยการทำแผนภูมิเป็นตาราง

เพื่อให้เด็กเข้าใจง่าย เเละได้ให้เด็กเห็นชัดเจน ตัวอย่างอย่างเช่นตารางนม จะเป็นการเเบ่งจำนวนอย่าง

ชัดเจน เเบ่งให้เห็นประโยชน์และโทษ 

ส่วนเรื่องการสอนเบบสาธิตนั้น คือ เป็นลำดับขั้นตอน

สิ่งที่นำมาประยุกต์ใช้กับคณิตศาสตร์ เช่น



เพลง นับนิ้วมือ



                                นี่คือนิ้วมือของฉัน                   มือฉันนั้นมีสิบนิ้ว

                                มือซ้ายฉันมีห้านิ้ว                   มือขวาก็มีห้านิ้ว

                                นับ หนึ่ง สอง สาม สี่  ห้า         นับต่อมา เจ็ด แปด เก้า สิบ

                                นับนิ้วนั้นจงอย่ารีบ                  นับหนึ่งถึงสิบจำให้ขึ้นใจ

นิทาน

เพราะนิทานเป็นสิ่งที่ลำดับเรื่องราว มีจุดเริ่มต้น มีจุดสุดท้าย 

นิทานที่เป็นแบบแผนที่จะสามารถบอกได้ว่าเดินทางอย่างไร เเละจะผ่านจุดไหนบ้าง

รูปแบบการจดประสบการณ์ทางคณิตศาสตร์สำหรบเด็กปฐมวัย 

เช่น แบบมอนเตสเซอรรี่ โปรเจคแอพโพส เเบบบูรณาการ เเบบโครงการ เป็นต้น 

นำเสนอโทรทัศน์ครู

นางสาว วัชรี วงศ์สะอาด เลขที่ 16

เรื่องผลไม้แสนสุข

โดยครูให้เด็กเรียนรู้ผลไม้ โดยการให้ชิมผลไม้ต่างๆเเละบอกรสชาติ เเละได้นำเพลงเข้ามาประยุกต์มาใช้

 เป็นเพลงเกี่ยวกับผลไม้ จากนั้นพาไปศึกษา นอกสถานที่ เป็นตลาดในละเเวกนั้น 

ก่อนจะไปมีการเตรียมตัวว่า ต้องเตรียมคำถามไปถามเม่ค้าอย่างไร ให้ถามเกี่ยวกับเรื่องราคา

 จำนวน การวัด หรือคำถามอะไรก็ได้ เป็นการสอนเเบบบูรณาการ เพราะเด็กได้สัมผัสรูปทรงผลไม้

 เรียนรู้เรื่องกิโล เช่น ให้เด็กซื้อส้ม 1 กิโลกรัม เเละครูก็จะใช้คำถามว่า 1กิโลกรัมจะได้ส้มกี่ลูก 




นางสาว วรุวรรณ ชูกลิ่น เลขที่ 17

เรื่องกิจกรรม 5 สัมผัส 

ประสาทสัมผัสที่ 1 การมอง กระบอกพิมพ์ ได้เรียนรู้เรื่องขนาด เรียงจากเล็กไปใหญ่

ประสาทสัผัสที่ 2 การฟัง กระบอกเสียงเเละเป็นเสียงอะไร จะได้เรียนรู้เรื่องระดับโทนเสียง

ประสาทสัมผัสที่ 3 การสัมผัสโดยมือ โดยการสัมผัสผ้า เรียนรู้เรื่อง ความหนา ความบาง 

ประสาทสัมผัสที่ 4 ดมกลิ่น ดมกลิ่นต่างๆ ได้เรียนรู้เรื่อง ขนาดของความหอม มากหอมน้อย 

ประสาทสัมผัสที่ 5 ชิมรส รสต่างๆให้ด็กทดลองชิม ได้เรียนรู้เรื่องปริมาณความหวานมาก หวานน้อย




ความสำคัญในการจัดประสบการณ์แบบูรณาการ 


1.ใช้ในชีวิตประจำวันเเละใช้ได้ในชีวิตจริง เกี่ยวเนื่องสัมพันธ์กับคณิตศาสตร์ต่างๆ 

ผสมผสานกันทำให้ผู้เรียนรู้ศาสตร์เดี่ยวๆ

2.ทำให้เกิดการถ่ายทอดถ่ายโอนประสบการณ์ของคณิตศาสตร์ต่างๆเข้าด้วยกัน

ทำให้ผู้เรียนมองเห็นประโยชน์ของสิ่งที่เรียนรู้นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

3.ช่วยลดความซ้ำซ้อนของเนื้อหารายวิชาต่างๆในหลักสูตร จึงทำให้ลดเวลาในการเรียนรู้

4.ช่วยสร้างความรู้ ทักษะเจตคติ "แบบพหุปัญญา"

5.สอดคล้องกับทฤษฎีการสร้างความรู้โดยผู้เรียน



       การนำไปใช้

เด็กต้องการอยากรู้อะไร?

เด็กต้องการอยากทำอะไรได้?







**ทักษะ**

ได้กระบวนการคิดการแก้ไขปัญหา เเละได้ช่วยกันระดมความคิดในการตอบคำถามของอาจารย์ผู้สอน 

ได้กระบวนการคิดการทำงานเป็นกลุ่ม เเละได้ทักษะในการถามคำถาม

 ในส่วนที่เพื่อนนำเสนอบทความ เช่น เราไม่เข้าใจหรือฟังไม่ทันก็สามารถตั้งคำถาม ถามได้

 ได้ฝึกเรื่องเหตุผลต่างๆที่บางทีการตอบคำถามอาจราย์อาจเป็นคำตอบที่ไม่ตรงกับเพื่อน

เเละหัดเป็นผู้รับฟังที่ดี




**วิธีการสอน**

สอนโดยการใช้คำถาม เพื่อให้นักศึกษาได้ฝึกกระบวนการคิดคำตอบ 

โดยช่วยกันระดมความคิด จากหลายๆคำตอบ พื่อนำมาเรียบเรียงเป็นคำตอบที่สมบูรณ์ 

โดยอาจารย์จะรับฟังคำตอบอย่างมีเหตุมีผล 

เเละในคำตอบไหนที่ไม่สมบูรณ์อาจารย์ก็จะตอบคำตอบนั้นให้สมบูรณ์แบบครบถ้วน






**ประเมินห้องเรียน**

สภาพห้องเรียนมีความสะอาด เก้าอี้เพียงพอต่อนักศึกษา 

ไม่ชำรุดทรุดโทรม เครื่องปับอากาศอยู่ในอุณหูมิที่พอดี 

ไม่หนาวเย็นเกินไป เครื่องคอมพิวเตอร์ใช้งานได้ดี




**ประเมินตนเอง**

ตั้งใจฟังอาจารย์ผู้สอนเละตอบคำถามในสิ่งที่อาจารย์ถาม 


คิดตามในเรื่องที่อาจารย์สอน

**ประเมินเพื่อน**

เพื่อนๆในห้องให้ความร่วมมือในทุกกิจกรรม

 เเละตอบคำถามกันอย่างสนุกสนานเพราะได้ช่วยกันตอบ

เเละเกิดข้อสงสัยเละทำให้การรียนสนุกสนานยิ่งขึ้น


**ประเมินอาจารย์**

อาจารย์เข้าสอนตรงเวลา เเต่งกายสุภาพเรียบร้อย 

อาจารย์ตอบคำถามได้อย่างชัดเจนในเรื่องที่เราอยากจะรู้

 เเละมีการเตรียมตัวในการสอนมาเป็นอย่างดี เนื้อหาครบถ้วน

และมีการสรุปการสอนให้นักศึกษาฟังอย่างชัดเจน 


ถ้าเด็กไม่ชอบคณิตศาสตร์ตั้งเเต่เล็กจะมีผลกระทบอย่างไรบ้าง?


อาจส่งผลกระทบต่อตัวเด็กเอง เมื่อไปเรียนในระดับชั้นที่สูงขึ้น

อาจมีปัญหาการขาดทักษะทางคณิตศาสตร์

เเละเรียนตามเพื่อนในวัยเดียวกันไม่ได้เเละทำให้เป็นเด็กที่คิดคำนวนหรือตัดสินใจอะไรต่างๆได้ยากขึ้น

วันจันทร์ที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

บันทึกการเรียน ประจำวัน ศุกร์ที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2558



บันทึกอนุทินครั้งที่ 6



บันทึกการเรียน ประจำวัน ศุกร์ที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2558


**ความรู้ที่ได้รับ**



กิจกรรมวันนี้นำป้ายชื่อไปแปะในตารางเช่นเดิม  แต่เป็นหัวข้อเรื่องวันวาเลนไทน์อยากไปเที่ยวที่ไหน


โดยในตารางมีหัวข้อว่าไปเที่ยวที่สวนรถไฟ เที่ยวที่เกาะ เที่ยวน้ำตก


เเละผลสรุปคือ มีคนอยากไปเที่ยวที่สวนรถไป 3 คน คนที่อยากไปเที่ยวเกาะ 12 คน


คนที่อยากไปเที่ยวน้ำตก 3 คน เเต่ถ้าเราจะสรุปอีกอย่างนึงคือ มีคนอยากไปเที่ยวที่มากมากที่สุด


และอยากไปเที่ยวสวนรถไฟและน้ำตกเท่ากัน




นางสาว ศุทธินี โนนริบูรณ์ เลขที่ 14 นำเสนองานวิจัย เรื่อง


การใช้สื่อในท้องถิ่น เพื่อพัฒนาทักษะคณิตศาสตร์พื้นฐานด้านการจัดประเภท


ของนางสาว นภาพร เพื่อนำเสนอต่อ   มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

โดยการจัดกิจกรรมนี้ใช้กับเด็กอนุบาล 2 บ้านเจียก จังหวัดอุบล

โดยจัดกิจกรรม 24 กิจกรรม 4 เรื่อง


เรื่องที่ 1  เรื่องรูปทรง  6กิจกรรม

เรื่องที่ 2  เรื่องขนาด    6กิจกรรม

เรื่องที่ 3  เรื่องชนิด      6 กิจกรรม

เรื่องที่ 4  เรื่องสี           6 กิจกรรม


สื่อที่ใช้เป็นสื่อวัสดุในท้องถิ่น เช่น ไม้สัก ไม้ประดู่ ไม้บล็อค กระบอกไม้ไผ่ เป็นต้น

ผลคือ ทำกิจกรรมทั้งหมดเเล้วเด็กมีการเรียนรู้ที่ดีขึ้นเกี่ยวกับคณิตศาสตร์ เเละเข้าใจมากขึ้น





นางสาว ภัทรวรรณ หนูแก้ว เลขที่ 15 นำเสนองานวิจัย เรื่องการใช้กิจกรรมการละเล่นเเบบไทย


เพื่อพัฒนามโนทัศน์  ด้านคณิตศาสตร์ ของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่


เด็กปฐมวัยเป็นวัยที่เริ่มต้นของการพัฒนาทุกด้าน ต้องส่งเสริมให้เหมาะสม ต้องรู้จักการเรียนปนเล่น


โดยการละเล่นเเบบไทยนอกจากจะช่วยนำมาประยุกต์ด้านคณิตศาสตร์เเล้วยังเป็นการอนุรักษ์การละเล่น


เเบบไทยด้วย เช่นการนับ การใช้จำนวนคู่-คี่ จำนวนเลข 1-30 โดยใช้กิจกรรมนี้กับเด็กอนุบาล 3


 อายุ 5-6ปี จำนวน 24 คน


โดยจะศึกษาก่อนว่าเด็กสนใจอะไร มีวุฒิภาวะอย่างไร จากนั้นกำหนดจุดประสงค์


วางแผนประสบการณ์ เลือกสื่อ โดยการจัดกิจรรมจัดจากเรื่องง่ายๆใกล้ตัว


 ฝึกทักษะการคิดอย่างมีเหตุผล




เรียนเกี่ยวกับ นิทาน อย่างเช่นการหานิทานมาเล่าให้เด็กฟัง โดยเป็นรื่องเกี่ยวกับตัวเลข


 เพลง การเเต่งเพลงที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับตัวเลข เช่น เพลงนกกระจิบ เป็นต้น


เกม  เกมอาจเกี่ยวกับการจับคู่ จำนวนต่างๆ ลูกเต๋า


 เเละคำคล้องจองเช่นการใชคำสุภาษิต ปริศนาคำทาย


 เป็นการนำสิ่งเหล่านี้มาปรับประยุกต์เข้ากับเนื้อหาวิชา


คณิตศาสตร์ เพื่อให้เด็กไม่รู้สึกว่ากำลังเรียนหรือเป็นการกดดัน  เเต่จะเป็นการเรียนที่เด็กไม่รู้ตัวเเละสนุก


เพลิดเพลินไปกับคณิตศาสตร์


     เเละได้ช่วยกันแต่งเพลง


ไข่ 2 ฟอง กลอง 2 ใบ

 ไก่ 2 ตัว วัว 2 เขา 

 เกาเหลา 2 ชาม

นับไปนับมา 2 อย่างหมดเลย  


    **ทักษะ**

กระบวนคิดกระบวนการการตอบคำถาม


ช่วยกันระดมความคิด อย่างเช่นคิดหัวข้อว่า เราจะไปเที่ยวไหนในวันวาเลนไทน์ เเละเพื่อนไๆก็นำเอาชื่อ


ของตนเองไปแปะในที่ที่อยากไป เเละช่วยกันสรุปผล การเเต่งเพลงที่เป็นเลขคู่ ที่ทุกอย่างเป็นเลขสอง

การทำงานกันเป็นกลุ่ม การตัดกระดาษเเบ่งกัน เเละการคิดว่าถ้ามีกระดาษอยู่ 5 ชิ้นจะสามารถต่อไปกี่

ด้านได้กี่รูป


**วิธีการสอน**

อาจารย์ได้สอนเทคนิคเกี่ยวกับการนำเสนอหน้าชั้นเรียน ว่าควรจะทำแบบใดพูดอะไรก่อน อะไรหลัง

การให้นักเรียนได้คิดในการตอบคำถาม การต่อรูปทรง 5 ชิ้น ว่าจะสามารถต่อออกมาได้มากสุดกี่ชิ้น

โดยไม่ซ้ำกัน



**ประเมินห้องเรียน**

ห้องเรียนมีความสะอาดเรียบร้อยดี

เครื่องปรับอากาศอยู่ในอุณหภูมิที่เหมาะสม

เก้าอี้พอเพียงสำหรับนักศึกษา

**ประเมินตนเอง**

ตั้งใจฟังในสิ่งที่เพื่อนนำเสนองานวิจัย

 เเละพยายามนึกภาพตามที่เกี่ยวกับกิจกรรมในงานวิจัย 

 เเละตอบคำถามอาจรย์บ้างในบางครั้ง

**ประเมินเพื่อน**

เพื่อนในห้องทุกคนมีสมาธิดี พยามยาช่วยกันคิด

 ช่วยกันตอบคำถาม เช่นการต่อรูปก็มีการพูดคุยปรึกษากันว่าน่าจะต้อได้กี่รูปมี

รูปไหนบ้างที่น่าจะเหมือนกันหรือต่างกัน

**ประเมินอาจารย์**

อาจารย์ได้เเนะนำเทคนิดในการนำเสนอหน้าชั้นเรียน แต่งกายสุภาพ สอนด้วยความทุ่มเท 

หากิจกรรมมาสอดเเทรกในเนื้อหาได้ดีเเละมีประโยชน์ต่อนักศึกษา

ในการเรียนในชั้นเรียนได้เข้าใจง่ายยิ่งขึ้น







วันจันทร์ที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

บันทึกการเรียนประจำวัน ศุกร์ที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558




บันทึกอนุทินครั้งที่ 5


บันทึกการเรียนประจำวัน ศุกร์ที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558


**ความรู้ที่ได้รับ**

นางสาว ชนาการณ์ แสนสุข เลขที่ 11

นำเสนอบทความ เรื่องการจัดการเรียนการสอนคณิตศาสตร์

อ้างอิงจาก นิตยา ประพฤติกิจ


เป้าหมายของคณิตศาสตร์ปฐวัย

1.พัฒนาความคิดรวบยอด

2.ใช้กระบวนการหาคำตอบ

3.เข้าใจพื้นฐาน

4.ฝึกฝนคณิตศาสตร์พื้นฐาน

5.เพื่อให้เด็กค้นคว้าได้ด้วยตนเอง








เพลง จัดแถว

สองมือเราชูตรง            แล้วเอาลงมาเสมอกับบ่า

ต่อไปย้ายมาข้างหน้า          แล้วเอาลงมาอยู่ในท่ายืนตรง


เพลง ซ้าย-ขวา

ยืนให้ตัวตรง                    ก้มหัวลงตบมือแผละ

แขนซ้ายอยู่ไหน                 หันตัวไปทางนั้นแหละ



กรอบมาตรฐานการเรียนีู้คณิตศาสตร์ปฐมวัย




               เด็กเรียนรู้อะไรในคณิตศาสตร์?

เนื้อหา ทักษะในกรทำสิ่งต่างๆได้พื้นฐาน เพื่อต่อยอดไปยังประถม ลงมือปฎิบัติ จับต้องได้




สาระที่ 1 จำนวนเเละการดำเนินการ

สาระที่ 2.การวัด

สาระที่ 3.เรขาคณิต

สาระที่ 4.พีชคณิต

สาระที่ 5.การวิเคราะห์ข้อมูลและความน่าจะเป็น

สาระที่ 6.ทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร์


คุณภาพเด็กเมื่อจบอนุบาล 3

1.มีความคิดเชิงคณิตศาสต์ร์

-จำวนนับ 1-20

-เข้าใจหลักการนับ

-รู้ค่าจำนวน

-เปรียบเทียบเรียงลำดับ


2.มีความรู้ความเข้าใจพื้นฐานเกี่ยวกับความยาว น้ำหนัก ปริมาตร เงิน เวลา

-เปรียบเทียบ เรียงำดับ และวัดความยาว น้ำหนัก ปริมาตร

-รู้จักเงินเหรียญและธนบัตร

-เข้าใจเกี่ยวกับเวลาและคำที่ใช้บอกเวลา


3.มีความรู้ความเข้าใจพื้นฐานเรขาคณิต

-ตำแหน่ง ทิศทาง ระยะทาง

-รูปเรขาคณิตสามมิติและรูปเรขาคณิตสองมิติ


4.มีความรู้ความเข้าใจแบบรูปของรูปที่มีรูปร่าง ขนาด สีสัมพันธ์อย่างใดอย่างหน่ง


5.มีส่วนร่วมในการให้ข้อมูลและนำเสนอขอมูลในรูปแผนภูมิอย่างง่าย


6.ทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร์ที่จำเป็น



สาระและมาตรฐานการเรียนรู้สู่การปฎิบัติ


สารที่ 1. เข้าใจถึงความหลากหลายของการแสดงจำนวนและการใช้จำนวนในชีวิตจริง

การรวบรวมและการแยกกลุ่ม

ความหมายของการรวม

การรวมสิ่งต่างๆสองกลุ่มที่มีผลรวมไม่เกิน 10 


สาระที่ 2 เข้าใจพื้นฐานเกี่ยวกับการวัดความยาว น้ำหนัก ปริมาตร เงิน เวลา


สาระที่ 3 รู้จักใช้คำในการบอกตำแหน่ง ทิศทาง และระยะทาง


รู้จักจำแนกรูปเรขาคณิตและเข้าใจ การเปลี่ยนแปลงเรขาคณิตที่เกิดจากการกระทำ


สาระที่4 แบบรูปรูปและความสัมพันธ์


สาระที่ 5 รวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวกับตนเองและสิ่งเเวดล้อมและนำเสนอข้อมูลอย่างงาย


สาระที่ 6 แก้ปัญหา การใช้เหตุผล การสื่อสาร การสื่อตวามหมายทางคณิตศาสตร์




**ทักษะ**

ได้ทักษะกระบวนการทางความคิดในการตอบคำถาม 

เกี่ยวกับเรื่องมาตรฐานทางคณิตศาสตร์



**วิธีการสอน**

โดยการถามตอบคำถาม เพื่อให้ได้คำตอบที่สมบูรณ์

 โดยให้นักศึกษาช่วยกันตอบ




**ประเมินห้องเรียน**

สภาพห้องเรียนปกติ มีเก้าอี้ที่เพียงพอต่อนักศึกษา พื้นสะอาด



**ประเมินตนเอง**

ตั้งใจฟังเรื่องที่อาจารย์สอน พยายามคิดตาม

 และตอบคำถาม



**ประเมินเพื่อน**

เพื่อนในชั้นเรียนให้ความร่วมมือในการตอบคำถาม

 ทุกคนตั้งใจฟังเรื่องที่อาจารย์สอนอย่างตั้งใจ เเละช่วยกันมีส่วนร่วม




**ประเมินอาจารย์**

อาจารย์มีความพร้อมในการเรียนการสอน มีการเตรียมตัวอย่างดี เนื้อหาที่สอนได้ครบถ้วน อธิบายได้

อย่างชัดเจนเเละเข้าใจง่าย










วันพุธที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2558

บันทึกการเข้าเรียนประจำวัน พุธ ที่ 28 มกราคม พ.ศ.2558



บันทึกอนุทินครั้งที่ 4


บันทึกการเข้าเรียนประจำวัน พุธ ที่ 28 มกราคม พ.ศ.2558


**ความรู้ที่ได้รับ**


(1.)ทำกิจกรรมเขียนชท่อตัวเองลงแผ่นกระดาษจากนั้นให้นำไปแปะบนกระดาน เเยกเป็นกลุ่มว่าใครมาก่อน


เที่ยงหลังเที่ยง โดยมีเกณฑ์ 12:00เป็นหลัก




(2.)ทำแบบทดสอบก่อนเรียน


1.ทฤษฎีเพียเจต์กับความรู้ทางคณิตศาสตร์


2.จุดมุ่งหมายของการสอนคณิตศาสตร์ในระดับปฐมวัย


3.ขอบข่ายของหลักสูตรคณิตศาสตร์ ในระดับปฐมวัย


4.หลักการสอนคณิตศาสตร์แก่เด็กปฐมวัย



(3.)เพื่อนนำเสนอวิดีโอครู


เลขที่ 8 กรกช เกี่ยวกับตัวเลขกับภาษาอังกฤษ เช่น (1,one) (2,two) เป็นต้น


เเละรวมถึงการนำมาใช้ในชีวิตประจำวัน เช่น มีส้ม 2 ผล มารวมกับส้มอีก 1 ผล เป็น 3 ผล


เลขที่ 9 ปรางค์ชมพู talk about kids สอนให้เด็กสนุกกับคณิตศาสตร์ วิดีโอนี้สอนเด็กในระดับอนุบาล2-3


เช่นการสอนเกี่ยวกับเลข 3 ก็หาสิ่งของหรือสิ่งต่างๆนำมาให้ครบ 3 จำนวน เเละประยุกต์ศิสปะเข้าช่วย


เลขที่ 7 จรีพร เรื่องเลขรอบตัวเรา ที่เมืองเชตเตอร์ ก็จะมีการอบอุ่นร่างกายก่อนเข้าเรียน


สอนเรื่องเครื่องหมายต่างๆทางคณิตศาสตร์



 เนื้อหาที่เรียน


เกมทายตัวเลข เลขอะไรไม่เข้าพวก เพราะอะไร เช่น


20 15 23 25


เเต่ละตัวเลขสามารถไม่เข้าพวกได้ทุกตัวเพราะการใช้เกณฑ์ที่ต่่างกัน


จุดมุ่งหมายของการสอนคณิตศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัย


เพื่อให้เด็กมีความเข้าใจพื้นฐานเกี่ยวกับคณิตศาสตร์

เพื่อพัฒนามโนภาพเกี่ยวกับคณิตศาสตร์

เพื่อให้เด็กฝึกฝนคณิตศาสตร์พื้นฐาน




ทักษะพื้นฐานคณิตศาสตร์

1.สังเกตุ การใช้ประสาทสัมผัสอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลากหลาย โดยเข้าไปมีปฎิสัมพันธ์โดยตรงกับ


วัตถุสิ่งของ


2.การจำแนกประเภท การเเบ่งประเภทสิ่งของโดยการกำหนดเกณฑ์


3.การเปรียบเทียบ ต้องใช้สิ่งของหรือวัตถุ 2 สิ่งขึ้นไป


4.การจัดลำดับ เป็นทักษะการเปรียบเทียบขั้นสูง


 5.การวัด ความสัมพันธ์ความสามรถในการอนุรักษ์


 6.การนับ จะเชื่อมโยงกับจุดประสงค์บางอย่าง


 7.รูปทรงเเละขนาด เด็กส่วนใหญ่จะมีความรู้ เกี่ยวกับรูปทรงเเละขนาดก่อนเข้าเรียน





ขอบข่ายของหลักสูตรคณิตศาสตร์ในระดับปฐมวัย


การนับ  ตัวเลข จับคู่ จัดประเภท เปรียบเทียบ การวัด ปริมาณ การหาค่า เป็นต้น




หลักการสอนคณิตศาสตร์


สอนให้สอดคล้องกับชีวิตประจำวัน การเรียนรู้จะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อเด็กมองเห็นความจำเป็นเเละ


ประโยชน์ของสิ่งที่ครูกำลังสอน




**ทักษะ**

กระบวนการฟัง คิดตาม เเละตอบคำถาม




**วิธีการสอน**

สอนโดยการช่วยกันระดมความคิด ตั้งคำถาม ตั้งข้อสงสัยเเละให้นักศึกษาช่วยกันตอบ เเละนำมารวมกัน

เพื่อให้ได้คำตอบที่สมบูรณ์



**ประเมินห้องเรียน **

สภาพห้องสะอาด เก้าอี้เพียงพอต่อนักศึกษา แอร์เย็นพอดี ไม่คับเเคบ




**ประเมินตนเอง**

ตั้งใจฟังที่ครูสอน อาจมีความรู้สึกง่วงเเต่ก็พยายามตั้งใจฟังเเละตอบคำถารมคุณครู




**ประเมินเพื่อน**

เพื่อนให้ความร่วมมือในการตอบคำถามกันทุกคน สนใจในทุกกิจกรรมที่ทำในห้อง




**ประเมินอาจารย์**


มีความพร้อมในการสอน พยามยามหากิจกรรมที่หลากหลายมาให้ทำ เพื่อให้เกิดการเรียนที่น่าสนใจ